Make your own free website on Tripod.com

head

 


3.เครื่องสี - ซอสามสาย

 

three

เครื่องสี - ซอสามสาย
ซอสามสายเป็นเครื่องดนตรีที่เล่นยาก แต่เป็นที่นิยมกันว่า ไพเราะและสอดประสานเสียงเข้ากับเสียง ขับร้องของนักดนตรีไทย ได้สนิทสนมดี ยากที่จะหาเสียงเครื่องดนตรีอื่น เทียบเคียงได้
ซอสามสายของไทย เป็นเครื่องดนตรีที่มีชื่อ และลักษณะพ้องกับ ซามิเส็น (Simisen) ของญี่ปุ่น และสานเสียน (San Hsien) ของจีน ซึ่งมีสาย ๓ สายเหมือนกัน แต่ซามิเส็นของญี่ปุ่น และสานเสียนของจีน เป็นเครื่องดีดไม่มีนม และกะโหลกซอ ทำเป็นรูปสี่เหลี่ยมแบน ส่วนสานเสียนของจีน ย่อมุมมน ใช้หนังงูขึง แต่ซอสามสายของไทย เป็นเครื่องดนตรีประเภทเครื่องสี ตัวกะโหลกซอทำด้วย กะลามะพร้าว ชนิดที่มีกะลานูน เป็นกระพุ้งออกมา ๓ ปุ่ม คล้ายวงแหวน ๓ อัน วางอยู่ในรูปสามเหลี่ยม จึงเป็น ๓ เส้า ผ่ากะลาให้เหลือปุ่ม ๓ เส้านั้นไว้เป็นกะโหลกซอ ขึงหน้าด้วยหนังแพะ หรือหนังวัว (ธนิต อยู่โพธิ์ ๒๕๑๐ : ๘๑)
ศาสตราจารย์ ดร.อุทิศ นาคสวัสดิ์ (อุทิศ นาคสวัสดิ์ ๒๕๒๓ : ๑๐-๑๖) ได้กล่าวถึงส่วนประกอบของ ซอสามสาย ไว้ดังนี้ ซอสามสาย เป็นซอโบราณ ที่มีลักษณะสวยงามาก ขนาดความยาวของซอประมาณ ๑๑๕ ซม. แยกออกได้เป็น ๕ ส่วนคือ ทวนบน ทวนกลาง ทวนล่าง กะโหลก และเท้า (อุทิศ นาคสวัสดิ์ ๒๕๒๓ : ๑๐)
ทวนบน ยาวประมาณ ๒๕ ซม. มีลักษณะเป็นท่อนกลม เจาะรูกลวงตลอด ตั้งแต่ใต้รูสายไปจนถึงปากทวนบน ขนาดของทวนบนจะค่อยๆ โตขึ้นไปหาปลายปากทวน ทวนบนนี้ประกอบด้วยลูกบิด ๓ ลูก แต่ละลูกยาวประมาณ ๑๔ ซม. เส้นผ่าศูนย์กลาง ๐.๐๘ ซม. ตอนปลายก้านลูกบิดไปจนถึง ๑.๐ ซม. ตรงส่วนที่ติดกับปุ่มมือจับ ส่วนปุ่มสำหรับใช้มือจับบิด มีเส้นผ่าศูนย์กลาง ประมาณ ๒.๘ ซม. ลูกบิดนี้ปักติดกับทวนบน ทางด้านขวา ๒ ลูก สำหรับสาย ๑ กับสาย ๒ และทางด้านซ้าย ๑ ลูก สำหรับสาย ๓ ลำตัวของทวน มีลูกแก้วเล็กๆ ควั่นติดอยู่ ๔ ลูก อยู่เหนือลูกบิดขึ้นไปเล็กน้อย ใต้ลูกบิดลงมามีรูร้อยสาย เป็นรูกลมมีเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ ๐.๖ ซม. สายทุกสายจะร้อยเข้าไปในรูนี้ แล้วไปผูกติดกับลูกบิด โดยซ่อนไว้ภายในรูกลวงด้านใน
ทวนกลาง ยาวประมาณ ๒๓ ซม. ทำเป็นรูปทรงกระบอก กลมเท่ากันตลอด มีเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ ๒.๘ ซม. ทวนกลางนี้ทำด้วยโลหะ ซึ่งอาจจะเป็นเหล็ก ทองเหลืองหรือนากก็ได้ ทวนโลหะนี้ ถ้ามิได้ทำด้วยเงินหรือนาก จะต้องชุบทองหรือเงิน ประดับหรือทำลวดลาย ไว้ให้สวยงาม และกันไม่ให้ลื่นเวลาเล่น
ทวนล่าง ยาวประมาณ ๒๐ ซม. มีลักษณะกลมตรงส่วนที่ติดกับทวนกลาง และมีเส้นผ่าศูนย์กลางเท่ากันคือ ประมาณ ๒.๘ ซม. ต่อจากนั้นจะค่อยๆ ขยายใหญ่ขึ้นเรื่อยแต่ไม่กลม เพราะจะต้องบากปลายอีกข้างหนึ่ง ให้เป็นรูปปากช้างจะได้อมเข้ากับกะโหลกด้านบนได้สนิท ฉะนั้นจึงเรียกตอนที่ทวนล่างอม หรือเหยียบกะโหลกว่า “ปากช้างบน” ส่วนของทวนล่างที่ยังกลมอยู่นั้น นิยมควั่นเป็นลูกแก้วเล็กๆ ติดกันหลายๆ ลูก
กะโหลก กระโหลกซอสามสาย ทำด้วยกะลามะพร้าวชนิดพิเศษ คือมีกะลานูนเป็นกระพุ้งออกมา ๓ ปุ่ม คล้ายวงแหวน ๓ อันวางอยู่ในรูปสามเหลี่ยม จึงเป็น ๓ เส้า ผ่ากะลาให้เหลือปุ่ม ๓ เส้าเป็นกระโหลกซอ แล้วขึงหนังแพะ หรือหนังลูกวัวปิดปากกะลา กะโหลกที่งามจริงๆ จะต้องมีลักษณะยาวรี และมีหน้าเหมือนใบโพธิ์ยาวๆ หนังที่ใช้ขึ้นกะโหลกซอสามสาย ควรเป็นหนังสดที่คัดเลือกแล้วเป็นอย่างดี บนหนังหน้าซอจะมีหย่อง สำหรับพาดสายอยู่ ค่อนไปทางด้านบนค่อนข้างมาก (ห่างจากปากช้างประมาณ ๔ ซม.) นอกจากหย่องแล้ว หน้าซอสามสายจะต้องมี “ถ่วงหน้า” ติดอยู่ทางหน้าซอด้านซ้าย โดยใช้ชันเหนียวๆ ลนไฟให้เยิ้ม ติ “ถ่วงหน้า” เข้ากับหน้าซอ หน้าที่ของถ่วงหน้าซอคือ ช่วยดึงเสียงให้ออกมาจาก ภายในกะโหลกซอ ถ่วงหน้านี้นิยมใช้พลอยสีสวยๆ เม็ดใหญ่ๆ ล้อด้วยเพชรเม็ดเล็กๆ
เท้า เท้าซอสามสายยาวประมาณ ๒๖ ซม. มีลักษณะปลายแหลม ใช้แทงติดกับพื้น เวลาสีจะได้พลิกคันซอได้สะดวก เหนือปลายแหลมขึ้นไป ทำเป็นรูปกรวยใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ โดยควั่นเป็นลูกแก้วเล็กๆ ติดกันขึ้นไปให้ดูสวยงาม จนกระทั่งถึงส่วนที่จะต้องขยายออกไป เป็นปากช้าง ปากช้างนี้จะต้องอมเข้ากับ กะโหลกส่วนล่างพอดี ส่วนที่อมเข้ากับกะโหลกส่วนล่างนี้เรียกว่า “ปากช้างล่าง” ใต้ปากช้างล่างลงไปประมาณ ๕ ซม. เจาะรูกลมขนาดเดียวกับรูร้อยเชือก สำหรับเอาสายซอขนาดสายสอง ทำเป็นห่วง ๓ ห่วง สอดเข้าไปผูกเป็นปมไว้ด้านใน ห่วงทั้ง ๓ ที่โผล่ออกมานี้เรียกว่า “หนวดพราหมณ์” ใช้สำหรับเอาสายซอแต่ละสายมาร้อย
คันชัก คันชักของซอสามสายมีรูปร่างแปลกจาก คันชักซอชนิดอื่นๆ และเวลาสีใช้คันชักสีพาดบนสาย เช่นเดียวกับไวโอลิน เชลโล่หรือเบส คันชักซอสามสายนิยมทำด้วย ไม้แก้ว ซึ่งมีลักษณะพิเศษคือ ทั้งเหนียวและแข็ง ทั้งยังมีลายไม้งดงามอีกด้วย
ซอสามสายเป็นเครื่องดนตรีที่มีมาตั้งครั้ง ราชอาณาจักรสุโขทัย เป็นซอที่สวยงามที่สุด มีเทคนิคในการสร้างดีที่สุด และวิธีการในการบรรเลงสูงที่สุดอีกด้วย ซอสามสายนี้แม้จะได้ชื่อว่า “ซอ” และมีการใช้คันชักสีลงไปบนสาย เหมือนซอประเภทอื่นๆ ซึ่งใช้กันในวงเครื่องสาย แต่ซอสามสายมิใช่เครื่องดนตรีที่ใช้ในวงเครื่องสาย กลับใช้เป็นเครื่องมโหรี ถ้าเอาซอสามสายไปเล่นรวม ในวงเครื่องสายใดๆ ก็จะเรียกวงเครื่องสายนั้นว่า “เครื่องสายผสมซอสามสาย” (อุทิศ นาคสวัสดิ์ ๒๓๒๕: ๗)

หน้าที่ของซอสามสายคือ ใช้บรรเลงคลอเสียงร้อง ของผู้ขับร้อง นอกจากนั้นซอสามสาย ยังใช้บรรเลงเพื่อดำเนินทำนองเนื้อเพลง ให้เกิดความนุ่มนวล


......ซอสามสาย เป็นซอชนิดหนึ่งของไทย มีมาแต่โบราณ มีเสียงไพเราะ นุ่มนวล รูปร่างวิจิตรสวยงามกว่าซอชนิดอื่น ถือเป็นเครื่องดนตรีชั้นสูง ใช้ในราชสำนัก มีส่วนประกอบ ดังนี้ - กะโหลก ทำด้วยกะลามะพร้าว ตัดตามด้านขวาง ด้านหน้าต่อติดกับกรอบไม้เนื้อแข็ง เดิมนิยมใช้ไม้สักเรียกว่า "ขนงไม้สัก" มีรูปร่างคล้ายกรอบหน้านาง ใช้หนังลูกวัวหรือหนังแพะขึงปิดทับขอบขนงไม้สักและขอบกะลาให้ตึงพอดี - คันซอ แบ่งออกเป็นสามส่วน คือ ทวนบน ทวนกลาง และทวนล่าง ทวนบน คือ ส่วนที่นับจากรอบต่อเหนือรัดอกขึ้นไป ทวนกลาง คือ ส่วนต่อจากทวนบนลงมาถึงกะโหลก ทวนล่างหรือแข้งไก่ คือ ส่วนที่ต่อจากกะโหลก ลงไปรวมทั้งเข็มที่ทำด้วยโลหะ ซึ่งอยู่ปลายล่างสุด - ลูกบิด มีสามลูก ลูกล่างสำหรับสายเอก ลูกบนสำหรับสายกลาง สองลูกนี้อยู่ทางขวา ทางซ้ายมีลูกเดียว สำหรับสายทุ้ม หรือสายสาม - รัดอก มักใช้สายไหมฟั่นเกลียวแบบสายซอ พันรอบทวนกลาง ใช้รัดสายทั้งสาม ให้แนบเข้ากับทวนกลาง เพื่อให้เสียงของสายเปล่าได้ระดับและมีความกังวาน - หย่อง ทำด้วยไม้หรืองา เหลาเป็นรูปคันธนูให้ได้ขนาดพอรับสายซอทั้งสามสาย บนหย่องบากร่องไว้ สามตำแหน่ง เพื่อรองรับสายซอ - ถ่วงหน้า ทำด้วยแก้วหรือโลหะ ขึ้นรูปเป็นตลับกลมเล็ก ๆ ข้างบนประดับพลอยสีต่าง ๆ หรือถม หรือลงยา ภายในบรรจุสีผึ้งผสมตะกั่ว เพื่อให้ได้น้ำหนัก ใช้ชันปิดหน้า ใช้ปรับเสียงให้สายเอกเข้ากับสายทุ้ม - หนวดพราหมณ์ ใช้สายไหมฟั่นเกลียวอย่างสายซอ ผูกเป็นสายบ่วง ร้อยเข้าไปในรูที่ทวนล่าง เพื่อรั้งปมปลายสายซอทั้งสาม - คันชัก ทำด้วยไม้เนื้อแข็งและเหนียว กลึงให้ได้รูป ขึงด้วยขนหางม้าสีขาวประมาณ ๒๕๐-๓๐๐ เส้น

 

 

back            next

 

slideslideslideslideslideslideslideslideslideslideslideslideslideslideslideslideslideslideslideslide